Motor starters

Magnetic contactor , Motor circuit Breakers , Relays

Motor starters หรือ Magnetic contactor , Motor circuit Breakers , Relays คือ วงจรควบคุมการเดินเครื่องมอเตอร์ ได้จากการนำเอาคอนแทกเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้าหลายๆตัว มาประกอบกับเพื่อให้เกิดการเริ่มเดินเครื่องมอเตอร์เป็นไปในแบบที่เราต้องการ ซึ่งการเลือกใช้งาน Magnetic Contactor มาประกอบกันนั้นนอกจากจะต้องคำนึงถึงค่าพิกัดใช้งานต่างๆ แล้วยังต้องคำนึงถึง Class การใช้งานและ Category ต่างๆอีกด้วย     

ระบบอัตโนมัติและการควบคุมอาคาร

Type 2 coordination
  • Coordination Type II (IEC 60947-4-1) คือ เมื่อเกิดการลัดวงจร จะทำให้ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ข้างเคียง อุปกรณ์ทุกชนิดในชุดสตาร์ทมอเตอร์ ต้องไม่เกิดความเสียหายยกเว้นหน้าสัมผัสของคอนแทคเตอร์ อาจมีการหลอมละลายติดกันเล็กน้อย แต่ก็แยกออกได้ อุปกรณ์ในชุดมอเตอร์สตาร์ทเตอร์ ยังสามารถทำงานได้ต่อไปหลังจากเกิดการลัดวงจร และก่อนสตาร์ทครั้งต่อไปควรตรวจก่อนเล็กน้อย
Motor Circuit Breakers , GV2 , GV3
  • GV2ME มอเตอร์เบรกเกอร์ปุ่มกดแบบมีระบบป้องกัน Thermal และ Magnetic trip.GV2ME

ความแตกต่างระหว่าง Type1, Type2 และ Total co-ordination ของอุปกรณ์สตาร์ทมอเตอร์

เป็นขอบเขตระดับความเสียหาย 3 ระดับ ตามความสามารถในการป้องกันของอุปกรณ์มอเตอร์สตาร์ทเตอร์ (IEC947)                    
– Type1 co-ordination ระบุว่า ความเสียหายของอุปกรณ์สตาร์ทมอเตอร์ สังเกตเห็นได้ และอาจจะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวใหม่ก่อนเริ่มทำงานครั้งต่อไป อุปกรณป้องกันเป็นรุ่นประหยัด ราคาถูก (IEC 947-4-1)                
– Type2 co-ordination ระบุว่าไม่เกิดความเสียหายของอุปกรณ์สตาร์ทมอเตอร์ คอนแทคเตอร์อาจเสียหายเล็กน้อย ซึ้งสามารถแก้ไขให้ทำงานต่อในครั้งต่อไปได้เลยทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ (IEC 947-4-1)                    
– Total co-ordination ระบุว่า ไม่เกิดความเสียหายใดๆ ต่ออุปกรณ์สตาร์ทมอเตอร์ อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถทำงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าทางไฟฟ้าที่ตั้งไว้ (IEC 947-6-2)   

โคออร์ดิเนชั่น (Coordination) คือ การทํางานร่วมกันของอุปกรณ์ในชุดสตาร์ทมอเตอร์ จะมี  Motor Protection circuit breaker, Contactor และ Overload Relay ระดับของการโคออร์ดิเนชั่นนั่นบอกถึงสภาพ การทํางานของชุดสตาร์ทเตอร์ภายหลังจากที่เกิดการลัดวงจร (Short circuit) 

ประโยชน์ของโคออร์ดิเนชั่น

  • ป้องกันบุคคลและอุปกรณ์ข้างเคียง
  • ไม่ปรากฏความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นที่ภายนอกตู้ไฟฟ้า
  • ไม่เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้
  • ลดเวลาสำหรับการหยุดเครื่องจักรหรือขบวนการ
  • เกิดความต่อเนื่องของขบวนการและเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิต
  • ลดเวลาในการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวใหม่
  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า
  • จำกัดระดับความเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชุดสตาร์ทมอเตอร์

ประเภทของโคออร์ดิเนชั่น

แบ่งตามมาตรฐาน IEC 60947 ได้ 3 ระดับ ดังนี้

  • Coordination Type I (IEC 60947-4-1) คือ เมื่อเกิดการลัดวงจร จะทำให้ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ข้างเคียง แต่ Magnetic contactor หรือ Overload อาจเสียหายได้ ก่อนจะสตาร์ทครั้งต่อไปอาจต้องซ่อมอุปกรณ์บางชิ้นก่อน
  • Coordination Type II (IEC 60947-4-1) คือ เมื่อเกิดการลัดวงจร จะทำให้ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ข้างเคียง อุปกรณ์ทุกชนิดในชุดสตาร์ทมอเตอร์ ต้องไม่เกิดความเสียหายยกเว้นหน้าสัมผัสของคอนแทคเตอร์ อาจมีการหลอมละลายติดกันเล็กน้อย แต่ก็แยกออกได้ อุปกรณ์ในชุดมอเตอร์สตาร์ทเตอร์ ยังสามารถทำงานได้ต่อไปหลังจากเกิดการลัดวงจร และก่อนสตาร์ทครั้งต่อไปควรตรวจก่อนเล็กน้อย
  • Total Coordination (IEC 60947-6-2) คือ เมื่อเกิดการลัดวงจร จะทำให้ไม่เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ข้างเคียง ไม่มีอุปกรณ์สตาร์ทเตอร์ใดๆเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าสัมผัสของ Magnetic Contactor ก็ไม่มีการหลอม และในการสตาร์ทครั้งต่อไปสามารถทำได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอุปกรณ์ก่อน

อุปกรณ์สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อการ เปิด -ปิด ของหน้าสัมผัส (Contact) ทำงานโดยอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยในการ เปิด – ปิด หน้าสัมผัส ในการตัดต่อวงจรไฟฟ้า นิยมใช้ในวงจรของระบบแอร์ , ระบบควบคุมมอเตอร์ หรือใช้ควบคุมเครื่องจักรต่างๆ โดยแมกเนติกคอนแทคเตอร์นั้น จะมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญต่อการทำงาน ได้แก่ แกนเหล็ก (Core) , ขดลวด (coil) , หน้าสัมผัส (Contact) และสปริง (Spring)

CONTACE US

PRICE LIST DOWNLOAD